เมลาโนมาสีจางถูกปกปิดด้วยยีนเผือก

ผู้ที่มีเนื้องอกที่มีสีจางมีลัษณะทิศทางที่จะมีการกลายพันธุ์ของยีนที่เกี่ยวเนื่องกับโรคเผือกการศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยของมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์พบว่า

Dr Jenna Rayner คนเขียนนำการเรียนรู้พูดว่าโรคเผือกซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เจอได้ยากซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อคน 1 ใน 10,000 คนคุ้มครองไม่ให้เม็ดสีน้ำตาลถูกสังเคราะห์ภายในร่างกายรวมทั้งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดผมที่เที่ยงธรรมรวมทั้งผิวซีดเซียวมากมายซึ่งถูกแดดเผาได้ง่ายและก็มีลักษณะท่าทางที่จะเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง

“Albinism เกิดขึ้นเมื่อมียีนที่กลายพันธุ์ 2 ยีนโดยเหตุนี้ผู้ที่มีการกลายพันธุ์แบบเดียวชอบไม่รู้เรื่องว่ามียีนนี้” ดร. เรย์เนอร์กล่าว

“คนพวกนี้อาจมีแนวโน้มที่จะกำเนิดเนื้องอกที่มีสีจางซึ่งเรียกว่าอะเมลาโนตำหนิคเพราะเนื้องอกสะสมการกลายพันธุ์ใหม่และก็พวกเขามียีนเผือกที่กลายพันธุ์แล้ว”

นักค้นคว้าได้ศึกษาเล่าเรียนแบบอย่างดีเอ็นเอจากอาสาสมัครมากยิ่งกว่า 380 คนโดยใช้การหาลำดับจากข้างนอกทั้งผองในขณะมองหาการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่หายากซึ่งนำมาซึ่งภาวการณ์เผือก

ควีนส์แลนด์มีอัตราการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังมากที่สุดในโลกรวมทั้งมีคนไข้มากยิ่งกว่า 14,000 รายได้รับการวิเคราะห์ในประเทศออสเตรเลียในแต่ละปี

รศ. Rick Sturm หน่วยงานวิจัยโรคผิวหนัง UQ พูดว่าถึงแปดเปอร์เซ็นต์ของเนื้องอกบางทีอาจเป็นอะเมลาโนติเตียนกทำให้วิเคราะห์ได้ยากแล้วก็รู้ผิดได้ง่ายว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่เป็นโรคมะเร็งดังเช่นว่าหูดหรือรอยแผล

“เนื้องอกจำพวก Amelanotic มักมากรับการวิเคราะห์ในระยะแพร่กระจายเมื่อเทียบกับเนื้องอกที่มีสีแก่กว่าซึ่งทำให้คนเจ็บมักพลาดการดูแลรักษาในช่วงแรกแล้วก็ช่องทางที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับการรักษา” เขากล่าว

เมื่อมีเงินทุนนักค้นคว้าคิดแผนที่จะเก็บรวบรวมแบบอย่างโรคมะเร็งผิวหนังประเภทอะเมลาโนว่ากล่าวคเพื่อเทียบจีโนไทป์กับของคนเจ็บ

ดร. เรย์เนอร์บอกว่าบางทีอาจก่อให้เกิดการแพทย์ส่วนบุคคลซึ่งหมอจะได้รับการแจ้งเตือนให้สำรวจโรคมะเร็งผิวหนังประเภท amelanotic ที่บางทีอาจเกิดขึ้นในคนที่มีการกลายพันธุ์ของยีนเผือกหนึ่งตัว

“สิ่งนี้สามารถทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นการคั่นแซงในตอนต้นแล้วก็ทำให้ผลสรุปของผู้เจ็บป่วยดียิ่งขึ้น” คุณกล่าว

Comments are Disabled